วันหนึ่งเพื่อนทีเรียนถาปัดมาด้วยกัน มันเพิ่งกลับจากเมกา โทรมาไหว้วานให้เราช่วยหาเด็กไปรางวัดบ้านมันหน่อย. มันบอกว่าจะทำบ้านใหม่ เรียบๆง่ายๆมีแบบในใจแล้ว และช่วยหาเด็กเคลียรแบบให้หน่อย. เราเลยรับปากว่าจะหาให้ ไม่นานมันก็โทรมาปรึกษาใหม่ว่า..มึงรับทำงานง่ายๆอย่างงี้มะ..คือ มันเกรงใจแหละว่าเราจะไม่อยากรับงานเล็กทำ ตอนนั้น เรายังไม่รับปาก ก็ต้องขอลองพาเด็กไปดูบ้านมันก่อน
จริงๆเรื่องของขนาดก็เป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกโปรเจ็ค ในงานสถาปัตยกรรม บ้านส่วนตัวถือเป็นประเภทงานที่มีความขัดแย้งในตัวเองมากๆ.. คือ เป็นงานที่ใช้เวลาในการทำงานนาน เป็นงานที่ใช้เวลาในการแก้แบบบ่อย แล้วส่วนใหญ่ลูกค้าก็คาดหวังจะเห็นบ้านในภาพที่เค้าเคยเห็นจากหนังสือเล่มใหนสักแห่ง ตรงกันข้าม ในมุมผู้สร้าง(ถาปนิค,ผู้รับเหมา) อยากสรุปแบบเร็วๆ ทำเร็วๆ ลูกค้าเข้าใจและชอบแบบที่ตัวเองเสนอ.. ค่าแบบสูง อันนี้สำคัญเลย..
งานขนาดเล็กเช่นบ้าน การเรียกค่าแบบจึงไม่สามารถยึดการคิดค่าแบบโดยการคิดตามขนาดของพื้นที่ เราจึงคิดตามระยะเวลาในการทำงานแทน. ถ้าหากเป็นกรณีฟรีเล้นส์ ก็คุยง่าย เพราะเค้ากินเองหมด..แต่ถ้าเป็นบริษัท เค้าก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ เช่นค่าเลขา ค่าแอร์ etc. ทำให้ราคาค่าออกแบบก็สูงขึ้นไปอีก ในขณะที่ทางลูกค้าแน่นอนไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องการจ่ายน้อยแต่ได้งานมากเป็นธรรมดา. ดังนั้น งานบ้านจึงเป็นประเภทงานที่ส่วนใหญ่จะได้รับการปฎิเสธจากออฟฟิต และ บางทีลูกค้าคุยไม่ดีเหมือนจะจุกจิ๊กหน่อย ผู้สร้างก็อาจจะตอบว่าช่วงนี้งานเยอะ ไม่ว่างทำให้ ส่งผลให้ลูกค้าหลายลายต้องไปเผชิญโชคกับผู้สร้างที่ทำงานเพื่อ..เงิน... ผลงานก็จะตอบตามเงินที่ลูกค้าจ่าย..
งานนี้เป็นความลงตัวอีกแบบ ซึ่งบังเอิญ เพื่อ่นมันเคยเห็นว่าเราทำงานอย่างไร แล้วเราก็รู้วามันชอบแบบใหน..เรียกว่าอย่างน้อยก็คุยภาษาใกล้เคียงกัน เรื่องราคาค่าแบบก็เป็นแบบเป็นกันเองจริงๆ (แต่เจ้าตัวแออบบ่นว่าแพง )จริงๆไม่แพงหรอก.. เพราะถ้าลองคิดดู บ้านหลังหนึ่ง..ถาปนิคต้องอยู่กับมันอย่างน้อยก็1ปีครึ่ง กว่าจะสร้างเสร็จ.... ก็เอาจำนวนเดือนหารดูก็จะรู้ว่าเค้าอยู่ได้หรือไม่.
ไซด์อยู่ที่ซอยประดู่ หล้ากว้างประมาณ14ม.ลึกประมาณ25ม. ข้างเป็นคลอง เป็นโครงการจัดสรรเก่า บ้านหลังนี้ได้ยินว่าป๊าม๊าซื้อตอนเค้าๆอายุประมาณ30 โอ...นี้เราอายุมากกว่าเค้ายังไม่มีปัญญาซื้อสักหลัง.. คนสมัยก่อนเค้าเก่งวะเนอะ.
ก็เป็นบ้านหลังแรก พอมีบ้านปุ๊บก็ได้ลูกๆที่จะมาทำบ้านใหม่นี้เหละ..
ทางด้านตะวันตกมีต้นมะม่วงต้นใหญ่ แต่เป็นเพราะมันเป็นแหล่งเพาะเหล่าบรรดาปลวก เจ้าของบ้านจึงตัดสินใจฟันทิ้งเสีย.. ปวดใจถาปนิค(เหมือนกระแดะ แต่รู้สึกจริงๆ)..แต่ก็ค่อยหาต้นที่สมบูรณ์กว่ามาปลูกละกัน
เอาเป็นว่าหลังจากไปดูไซด์แล้ว ก็เหมือนกับว่าเราต้องทำซะแล้ว เพราะได้เจอป๊าม๊าเค้าและลูกๆที่เหลือ คุยแล้วถูกคอ คืออย่างน้อยก็ไม่จุกจิ๊ก น่าจะคุยง่าย.. ทำไมเราต้องเน้นบ่อยเรื่องจุกจิ๊ก จริงๆแล้วมันเป็นสิทธิ์ที่ลูกค้าจะทำได้ แต่เราก็ต้องประเมิณตัวเองด้วยว่าจะรับมือไหวหรือไม่ถ้าต้องเจอลูกค้าตลอด2ปีที่เหลือ.. มันเหมือนการรู้จักเพือ่นขึ้นอีกครอบครัว.. ถ้าเราคุยรู้เรื่อง เราก็จะได้ญาติเพิ่มอีกสกุลหนึ่ง เพราะเค้าจะบอกต่อๆกัน.. แต่ถ้า เราทนทำและบังเอิญจบไม่ดี ผลมันจะแย่กว่าที่เราคิด..
ดังนั้นขั้นตอนการเลือกทำหรือไม่ทำบ้านถือเป็นขั้นตอนที่ต้องใส่ใจเลยทีเดียว
๒๕๕๐-๐๕-๑๙
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น