๒๕๕๐-๐๕-๑๓

ระเบียง

หลังนี้ไมมีไรจะให้เล่นเท่าไหร่ เงินก็ไม่มาก โปรเจ็คแรกๆ ยังเกร็งๆ แล้วก็ที่สำคัญราคาก็ตามเนื้อผ้านะ
ระเบียง ราวกันตก แล้วก็ความเกลี้ยงของอาคารซึ่งจะทำให้ภาพรวมมันดูเป็นสถาปัตยกรรมๆ (ไม่มีdecใดๆมายุ่ง) ไม่รู้เข้าใจปล่าว ค่อยๆดูละกันเนอะ
ก็อันแรกที่เราคิดว่าน่าจะเล่นเลยก็คือราวกันตก..
เคยเห็นลูกกรงเหล็กดัดกันเนอะ.. เราชอบที่มันสามารถบิดเป็นเกลียวๆนะ คือถ้าดูCI ของเหล็กแผ่น ตัวมันสามารถดัด โค้ง แล้วก็บิด

สมัยหนึ่งโชคดีมั่งที่เมืองไทยโจรเยอะ..วงการลูกกรงเหล็กดัดจึงเจริญรุ่งเรื่อง ส่งผลให้เกิดการพัดนาไปมาก เกิดลวดลายต่างๆ เชื่อว่าเกือบทุกบ้านต้องมีกับเค้าเหมือนที่ปัจุบันก้แข่งกันมีLCD

ลายได้ถูกดัดออกมาหลายแบบ แต่ไม่มีเทคนิคใหนน่าสนใจเท่าการบิดเกลียวแล้ว ถ้าจะให้พูดแบบให้ฟังแล้วซีเรียสๆ อาจจะต้องอธิบายว่า การบิดมันเกิดการพลิกให้ด้านหนึ่งออกมา ทำให้แผ่นเหล็กแต่ละชิ้นสร้างvolume ขึ้นในตัวมันเอง งงมะ

แล้วมันจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นหรือปล่าว (เพือ่นเคยถาม)

.... เอออ ....

จิงๆเรามองเห็นและชอบมันก็ตรงที่..ถ้าเราเอามันมาเรียงกันเป็นแถวพรืบ.. แล้ว ทำmodule บิดสักสองสามแบบ แล้วทดลองสลับกันเป้นจังหวะ ที่สัมพันกัน เราก็อาจจะได้pattern ที่น่าจะแปลกดี

เราเล่าเรื่องนี้ให้เพือ่นฟัง มันบอกว่ามึงต้องรีบทำเลย เพราะตอนนี้เพื่อนมันกำลังหุ้มตึกใหม่ของหลุยวิตตองที่โตเกียวอยู่..ด้วยเทคนิคเดียวกันเดะ..

ไม่แปลกที่งงานจัเหมือนกันแม้กระทั้งวิธีคิด เพราะเราอยู่ในยุคsurface addict แกนอิทธิพลทางความคิดมาจาก H&dM คนทีกำลังทำสนามโอลิมปิคที่ปัคกิ่งนั้นแหละ

ฟังปุ๊บ..ก็ต้องรีบเลย เดี๋ยวคนจะหาว่าเรา"ลอก" ฮึ หยามสุดๆ ไม่ได้แล้ว

ไม่มีความคิดเห็น: