๒๕๕๐-๐๕-๑๓

ดีดี

ก็คร่าวนี้แบบนิ่งละ ภายนอกก็ทำให้ลูกค้าเห็นซะหน่อย.. อืม..พอแลล้วนึกถึงวิชาหนึ่งที่โรงเรียนเคาเคยพยายามสอน.. จาร์ยเค้าให้ไปหารูปภาพมา รูปไรก็ได้ แล้วให้นักเรียนเอากระดาษแข็งหรือเทคนิคใดๆสร้างมันขึ้นเป็น3มิติ.. เช่นบางคนเห็นเส้นผมก็เอาลวดมาโค้งไปมาบนภาพนั้น เค้าพยายามสอนให้นนร.จิตนาการจาก2มิติเป็น3มิติ เป็นmethod ที่ฝึกฝนนร.ชั้นปีแรกๆได้อย่างดี

ในความเป็นจริงแล้ว ขณะที่เราทำการจัดวางห้องก็ต้องคิดถึงmass อาคารด้วย เรียกว่าไม่สามารถแยกคิดได้ ทว่ามันจะต้องจัดการลำดับความสำคัญของงานให้ได้ เช่น function จะต้องไม่น่าเกลียด คือไม่แย่ก่อน ปรกติ เราจะวางร่างอาคารพร้อมคิดเรื่องสเปส และก็mass ไปพร้อมๆกัน..ก็จริงๆเต็คเก่งไม่เก่งก็วักันที่ความสามารถในการผสมสามสิ่งไปด้วยกันแหละ (อันนี้เป็นพื้นฐานเลย ที่เหลือข้างหลังยังมีให้คิดอีกเยอะ)
ก็พอแปลนนิ่ง mass ในหัวมีละก็ทำtiveง่ายๆ การทำtive comเป็นอะไรที่ง่ายที่สุด คือ ไม่เลอะเทอะ ไม่ต้องมีอุปกรณ์มาก สำหรับเรา ใช้โปรแกรมอื่นไม่เป็นนอกจาก sketchup โง่ดี ก็เหมือนกับที่ปมชอบใช้กล้องปัญญาอ่อนนั้นแหละ ก็ขึ้นแล้วๆก็ตบด้วย photoshop นิดหน่อย

ยังดีนะที่เราไปฝึกปรือฝีหมือมาจากที่ทำงานเก่า.. อย่างรุ่นผมเป็นรุ่นจุดต่อนะ..คือ เป็นรุ่นเกือบรุ่นแรกๆที่ใช้คอนคิดงาน ก่อนหน้าเราเต็คยังติดโต๊ะดร๊าฟกับอุปกรณ์เครื่องเขียนอยู่เลย รุ่นนั้น เท่าที่เห็นก็พยายามปรับตัวมาใช้คอมกันแล้ว.. แต่ไม่ได้หมายความว่าใช้คอมเป็นแล้วจะทำให้งานดีขึ้นนะ.. ทั้งหมดอยู่ที่process การคิดล้วนๆ.. มองทุกอย่างเป็น tool แล้วมองให้ทะลุว่า tool ที่มีอยู่ทำไรได้ แล้วควรจะใช้มัน หรือ ให้มัน ทำอะไร (tool = HE SHE IT)

งานpresent สุดท้ายก่อนเข้า CD stage

สังเกตุหน้าอาคารบริเวณซ้ายมือ ..หลังคาแหลมๆ.. นั้นแหละๆ แม๊งๆเนอะ. เออ ทำเสร็จแล้ว ทิ้งไว้กี่คืนแล้วกลับมาดูใหม่ถึงรู้สึกตลก..เพือ่นที่ทำงานด้วยกันเลยทักว่าก็ทำตรงๆนั้นแหละ.. เออ นะ..พอทำตรงๆก็ดูไปได้เลย.

ไม่มีความคิดเห็น: