๒๕๕๐-๐๖-๐๕

การเดินทางที่ยังไม่เห็นจุดหมาย

จ่าหน้าก็พอจะเดาอารมณ์ออก ว่างานนี้มันเศร้าอย่างไร

เกริ่นก่อน

ชิ้นนี้เป็นงานแรกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใหนบรรดาโปรเจ็คที่ได้ทำตั้งแต่เราย้ายกลับมาอยู่เมืองไทย ในสายตาถาปนิคอื่นๆมันก็อาจจะเป็นเพียงห้องแถวสูงห้ชั้น 4 ห้องเท่านั้น.. จริงๆมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ และดูท่ามันจะเป็นอย่างอื่นได้ยากเข้าไปทุกทีถ้า++ เจ้าของยังคงกล้าๆเกรงๆ ไม่ลงมือสักที

เดิมทีชิ้นนี้อยู่ในมือผู้รับเหมาที่เป็นเพื่อนของน้องชายเจ้าของ ซึ่งโจทย์แรกเพียงต้องการ ซ่อมแซมguest house ให้ดูใหม่ขึ้นด้วยการทาสีและเปลี่ยนงานระบบใหม่ทั้งหมด.พท. 2,300sqm งบประมาณ 6 ล้าน!! เวียน!! เป็นลักษณะเด่นของนักลงทุนทั่วไป ถูกแต่ดี
บังเอิญน้องมันคงเค้าใจว่าเราสามารถดูราคาที่ผู้รับเหมาเจ้านี้ประเมิณออกมาว่า แพงหรือถูก

เมื่อเล่าโปรเจ็คคร่าวๆให้เราฟัง เราถึงกับเนื้อเต้น อยากทำงานนี้
โม้ไปสองสามหน พร้อมกับให้น้องมันกรุ่ยทางเพื่อให้ทางเราเข้าไปคุยกับม่าเค้าง่ายขึ้นอีกหน่อย..ก็ได้นี้มาทำสมใจอยาก. แต่.. ได้ออกแบบสมใจอยากจริงๆ ออกแบบมาสี่ห้าเดือนแล้ว ยังไม่ฟันธงว่าจะทำหรือไม่ทำ. ตอนนี้เลยได้แต่ ตั้งสติ แล้วทำใจเย็นๆ.. สถานการ์ณเช่นนี้ชาวบ้านเค้าเรียกว่าชวด ..แต่ลึกๆเรายังเชื่อว่าโครงการมันมีสิทธประทุขึ้นมาอีกครั้ง
วิธีการทำงานชิ้นนี้ เราเลือกที่จะลองทำงานร่วมกับทางเซียงไห้(satoko) อย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพราะงานมันมีค่าแบบพอที่จะแบ่งให้เพือ่นๆกินกันได้ ซึ่งก่อนหน้านี้การทำงานร่วมเป็นเพียงแค่ปรึกษากันคร่าวๆ ไม่ลงรายละเอียดมากนัก.
เริ่มต้นโครงการด้วยโปรแกรม
เดิมเป็นโรงแรมประมาณ2-3ดาว..อยู่บนถนนงามดูพลี เป็นทาว์เฮ้าส์ซึ่งนำมาดัดแปลงอีกทีหนึ่ง ย่านนี้มันมีชื่อเสียงเรื่องย่านชายรักชาย.. พูดถึงตรงนี้หลายคนนั่งอมยิ้ม...คิดฟุ้งซ่านไปไกล.. ยังยืนยันว่าเราชอบสาวๆและไม่คิดอยากลองของแปลกแน่ๆ
งานนี้ว่าไปแล้วถือว่าเหมือนเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงชัดๆ ไม่รู้ชะตาตนเองว่าหลังจากจบงานนี้แล้วความแมนของเราจะคงเหลือเท่าไหร่.. (อาจจะเป็นโชคดีที่งานมันหยุดอยู่)


ข้างซ้ายของตึกเป็นม่านรูด ตรงข้ามเป็นร้านอาหาร มีต้นไม้ใหญ่หลายต้น

อาคารเดิมข้างหน้าปรับเปลี่ยนบันไดใหม่ จากเดิมห้องละตัวเป็น 4ห้อง ตัวเดียว และเมื่อกิจการดีขึ้นเรื่อยๆ อาคารเดิมก็ไม่พอซะแล้ว เจ้าของจึงต่อเติมอาคารหลังขึ้นเพิ่มแล้วทำการเปลี่ยน circulation ใหม่ หมด.

หลังจากผ่านมาเกือบสิบห้าปี ปัญหาที่ใหญ่สุดก็คือเรื่อง ระบบน้ำ ไฟฟ้า ซึ่งต้องซ่อมแซมตลอดปี และการระบายอากาศที่ไม่ดีเลย ทำให้เกิดกลิ่นอับที่เกิดจากเชื้อรา

ในช่วงทำการสำรวจ เราจ้างผู้ที่เค้าเรยกตัวเองว่ามืออาชีพ ..จ้างมาทำทำแบบอาคารเดิมออกมา.. เสียเวลาไป2เดือนกว่า กับราคาที่คิดว่าคุ้ม(ตอนแรก) ..เอาแหละ สุดท้ายขั้นตอนดังกล่าวก็ได้แบบออกมาระดับหนึ่ง.
ถือได้ว่าประมาณ70%ละกันที่เอามาทำไรได้

งานที่ต้องคิดคือเรื่องของ concept โรงแรม จะวางตัวเป็นโรงแรมอย่างไร ..จริงๆเรื่องมันก็ยาวมากๆ ประชุมบ่อย ซึ่งไม่ขอสาธยายในทีนี้ละกัน เอาเป็นว่า เสนอไปหลายแบบมากๆ โดยเพราะส่วนของ lobby .

และนี้ก็เป็นการตัดตอนออกเป็นฉากๆ ให้ดูว่ามันเคยเป็นอะไรมาบ้าง
CREEP เป็น space เดียวที่ถูกแบ่งด้วย ผนังเลื้อย
SOI ผลักfunctionไว้ซ้ายและขวา เกิดทางเดินที่เหมือนซอย
MUSEUM space เดียวที่เปิดโล่งอย่างเป็นระเบียบ
แบบที่แก้ถัดมา เอาlobby ไว้ข้างใน เพื่อแยกหน้าอาคารเป็นส่วนร้านค้า แล้วหลังอาคารเป็นโซนของโรงแรม แต่ลูกค้าบอกว่า ลูกค้าส่วนใหญ่เป็น walk in lobby จึงต้องเห็นจากภายนอกได้ชัดเจน( แต่ขณะเดียวกันก็อยากให้ร้านค่าอยูหน้าตึกเหมือนกัน ไม่มีที่แล้ว ต้องเลือกจ๊ะ ต้องเลือก)
เอา lobby ไว้กลาง ให้ ร้านค้าเป็นร้านที่อยู่นอกโรงแรม
สุดท้ายมาลงเอยที่แบบประมาณนี้..ให้เจ้าของเค้าวางเองซะเลยจะได้สบายใจ และได้พบว่าเค้าเลือกให้ความสำคัญกับโรงแรมมมากกว่าร้านค้า (ซึ่งมันต้องเลือกไง)
แบบสุดท้ายไม่มี present แล้ว.. ลง cad เลย.. ทั้งหมด ปล้มมาทั้งเรื่องห้องพัก และยังมีเรื่องร้านอาหารบนดาดฟ้าอีก ก็ประมาณ 3เดือน..ทุกขั้นตอนทำออกมาแล้วส่งให้ผู้รับเหมาเช็คราคา..ขั้นนี้ก็เหนื่อยเหมือนกัน เพราะ อย่างที่บอก งานsub มันเป็นเรื่องที่ต้องใจเย็นๆ จิกแบบใจเย็นๆ ไม่งั้นเค้าหนีหมด..
หาผู้รับเหมาไปมา 2 เจ้า ยอมทำราคาให้..แต่ก็ปาเข้าไปอีก1เดือน ราคาออกมาปุ๊บ เจ้าของก็แนะนำเจ้าใหม่เลย ทำให้หลังๆเราๆสรุปกันว่าอาจจะไม่ช่วยหาผู้รับเหมาให้ใครอีกแล้ว เกรงใจเค้านะ..

ไม่มีความคิดเห็น: