บอกประมาณนี้ก็สามารถจบงานได้ไม่ยากนัก. นึกถึงประมาณอาคารแถวทหารอย่างไงอย่างงั้น
สำหรับถาปนิคถ้าลูกค้ามีความต้องการประมาณว่าอยากได้บ้านวางอย่างนั้นนี้ เพราะเรื่องแดด ลม ก็ไม่ถือว่าบีบบังคับมากเท่าไหร่ ตรงข้ามถือว่าเป็นการลดเวลาในการทำการวิเคราะห็เรื่องทิศทางการวางอาคารด้วย ถ้าอยากให้ชัวร์อีกนิดก็ลองไปเช็คที่ไซด์จริงว่าเรื่องแดดลมมันเป็นอย่างที่ว่าหรือไม่
ขั้นต้นเราลองทำแบบสัก2แบบ แบบหนึ่งวางตามที่เค้าอยากได้ อีกแบบก็ลองเสนอในอีกมุมมองหนึ่ง ควรจะต่างกันเลย
สำหรับบางโปรเจ็ค ขั้นตอนนี้ เราจะทำการเสนอแบบเพื่อหยั่งเชิงว่ามันจะไปทางให้ได้บ้าง และ ในอีกด้าน ลูกค้าบางคนอาจจะคิดไม่ตกตะกอนว่าจะเอาห้องเท่าไหร่อย่างไร.. ขณะที่เห็นบ่อยๆ สร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยว อย่างน้อยก็ต้อง ดูความเห็นของคนสองคน(สามี ภรรยา) ซึ่งกว่าจะสรุปfunction ได้ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร แล้วบ้านหลังนี้ เป็นครอบครัวเดี่ยวที่ลูกๆก็โตพอที่จะมีความต้องการบ้านแบบที่ตัวเองอยากเห็นแล้ว จึงต้องใช้เวลาปรับแบบอยู่หลายครั้ง
ดังนั้น เริ่มต้นเราจึงทำแบบประมาณว่าหยั่งเชิงก่อน




แบบ A แผ่เต็ม site สร้างcourt ส่วนตัว




แบบที่ 2 เป็นกล่องพาดยาวอย่างที่เจ้าตัวต้องการ
สังเกตุการเสนอของทั้งสองแบบ เราจะทำง่ายๆ ไม่เน้นโชว์ครั้งเดียวเกิด เพราะอย่างที่บอก เราไม่แน่ใจสำหรับเรื่องโปรแกรมที่เพื่อนมันคิดอยู่ ซึ่งหากเป็นลูกค้าอื่นที่ไม่รู้จัก การเสนอแบบ(ซั่วๆ)ประมาณนี้ เค้าอาจจะนิ่งได้ ประมาณว่า นี้เหรอ บ้านสำหรับคนอยู่.
เทคนิคที่เคยเห็นถาปนิคหลายๆคนทำในขั้นนี้ ..อาจจะประมาณsketch ด้วยมือ ลงสีบ้าง จุดประสงค์ก็เพื่อให้ลูกค้าได้เห็น scale และ โครงสร้าง function ของบ้านเค้าว่ามันจะเป็นอย่างไรได้บ้าง ซึ่งอาจจะส่งผลให้เค้าและเราเกิดไอเดียใหม่ได้ระหว่างการคุยงาน
แต่ถ้าเป็นงานที่ประเภทต้องวัดใจกัน ..การ sketch ไม่เพียงพอเสียแล้ว..
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น